ผ่อนรถมือสอง ต้องดาวน์ ต้องผ่อนเท่าไหร่ เช็กให้ดีก่อนซื้อ
ผ่อนรถมือสอง ต้องดาวน์ ต้องผ่อนเท่าไหร่ เช็กให้ดีก่อนซื้อ

ผ่อนรถมือสอง ต้องดาวน์ ต้องผ่อนเท่าไหร่ เช็กให้ดีก่อนซื้อ

อยากมีรถไว้ขับสักคัน แต่ยังไม่อยากจ่ายเงินก้อนใหญ่ใช่ไหม? การผ่อนรถมือสองเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้เรามีรถใช้งานได้ โดยทยอยจ่ายเป็นรายเดือนแทนการซื้อด้วยเงินสดทั้งหมด แต่ก่อนตัดสินใจซื้อ สิ่งที่ควรรู้ไม่ใช่แค่ค่างวดต่อเดือนเท่าไหร่ แต่ยังมีเรื่องเงินดาวน์ ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายวันรับรถ และความสามารถในการผ่อนระยะยาวที่ต้องคิดให้รอบคอบด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหารถมือสองและอยากรู้ว่าต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ เงินเดือนเท่านี้ผ่อนไหวไหม หรือจะเลือกผ่อนกี่ปีดี บทความนี้จะพาไปดูทีละขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้เหมาะกับงบประมาณของตัวเองมากขึ้น

ผ่อนรถมือสอง ต้องใช้เงินเท่าไหร่?

โดยทั่วไปจะมีค่าใช้จ่ายหลักๆ อยู่ 3 ส่วน ได้แก่ เงินดาวน์ ค่างวดรายเดือน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อรถ

  1. เงินดาวน์ คือเงินที่จ่ายก่อนเริ่มผ่อน ยิ่งดาวน์มาก ยอดจัดไฟแนนซ์ก็ยิ่งน้อยลง
  2. ค่างวดรายเดือน คือเงินที่ต้องจ่ายตามสัญญา ซึ่งขึ้นอยู่กับยอดจัดไฟแนนซ์ ดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อน
  3. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าประกันภัย ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ค่าจดทะเบียนหรือโอนรถตามกรณี และเงินสำรองสำหรับบำรุงรักษารถ

ตัวอย่างเช่น หากสนใจรถมือสองราคา 300,000 บาท และมีเงินดาวน์ 60,000 บาท จะเหลือยอดจัดไฟแนนซ์เบื้องต้น 240,000 บาท อย่างไรก็ตาม ยอดจัดจริงและเงินที่ต้องจ่ายวันรับรถอาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของผู้ขายและผู้ให้สินเชื่อ ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อรถ ควรดูทั้งราคาขาย เงินดาวน์ ยอดจัด ค่างวด และค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ควรดูแค่ตัวเลขผ่อนต่อเดือนเพียงอย่างเดียว

รถเก๋ง BMW มือสอง

ผ่อนรถมือสอง ต้องดาวน์กี่บาท?

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ถ้าจะซื้อรถมือสองต้องมีเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะออกรถได้? ความจริงแล้วไม่มีจำนวนเงินดาวน์ที่ใช้ได้กับรถทุกคัน เพราะขึ้นอยู่กับราคารถ อายุรถ สภาพรถ ยอดจัดที่ผู้ให้สินเชื่อพิจารณา และคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ ลองดูตัวอย่างเงินดาวน์จากรถราคา 500,000 บาท หากคิดเป็นสัดส่วนของราคารถ จะได้ประมาณนี้
สัดส่วนเงินดาวน์ เงินดาวน์ ยอดจัดไฟแนนซ์ ค่างวด/ เดือน
10% 50,000 บาท 450,000 บาท 9,375 บาท
20% 100,000 บาท 400,000 บาท 8,333 บาท
30% 150,000 บาท 350,000 บาท 7,291 บาท
40% 200,000 บาท 300,000 บาท 6,250 บาท
50% 250,000 บาท 250,000 บาท 5,208 บาท
หมายเหตุ: ค่างวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) 5% ต่อปี เป็นเวลา 4 ปี ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเพื่อช่วยวางแผนงบประมาณ ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้สินเชื่อจะอนุมัติยอดจัดตามสัดส่วนดังกล่าวเสมอไป ถ้ามีเงินดาวน์มากพอ การเลือกดาวน์เพิ่มอาจช่วยลดเงินต้นที่ต้องจัดและลดภาระค่างวดได้ แต่ก็ไม่ควรใช้เงินเก็บทั้งหมดไปกับการดาวน์รถจนไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเหลืออยู่ ข้อควรรู้คือ ค่างวดที่ต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าจ่ายน้อยกว่าเสมอไป เพราะการยืดระยะเวลาผ่อนอาจทำให้ดอกเบี้ยรวมสูงขึ้นได้

เงินเดือนเท่าไหร่ถึงผ่อนรถมือสองไหว?

ไม่มีเงินเดือนขั้นต่ำตัวเลขเดียวที่รับประกันว่าจะผ่อนรถผ่าน เพราะผู้ให้สินเชื่อพิจารณาหลายอย่าง ทั้งรายได้ ความมั่นคงในการทำงาน ภาระหนี้เดิม ประวัติการชำระหนี้ และเงื่อนไขของแต่ละบริษัท อย่างไรก็ตาม เราสามารถประเมินงบของตัวเองเบื้องต้นได้ด้วยการดูรายรับและรายจ่ายในแต่ละเดือน

 

สมมติว่ามีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน และมีค่าใช้จ่ายประจำ 10,000 บาท ก่อนตัดสินใจผ่อนรถ ควรเผื่อเงินสำหรับอาหาร ที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง ภาระหนี้อื่น เงินออมฉุกเฉิน และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถด้วย อย่าลืมว่าค่าใช้จ่ายของรถไม่ได้มีแค่ค่างวด แต่ยังรวมถึงค่าน้ำมัน ค่าประกัน ค่าบำรุงรักษา ยางรถ และค่าซ่อมที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

 

วิธีที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นคือ ลองกันเงินเท่ากับค่างวดที่คาดว่าจะจ่ายไว้สักระยะหนึ่ง แล้วสังเกตว่ายังใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหรือไม่ หากต้องดึงเงินเก็บมาใช้ทุกเดือน อาจต้องลดงบซื้อรถหรือเพิ่มเงินดาวน์ก่อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่อนรถมือสอง

ต้องดาวน์กี่บาท?

เงินดาวน์รถมือสองขึ้นอยู่กับราคารถ เงื่อนไขของผู้ให้สินเชื่อ อายุและสภาพรถ รวมถึงรายได้และประวัติสินเชื่อของผู้สมัคร โดยทั่วไป หากวางเงินดาวน์มากขึ้น ยอดเงินที่ต้องจัดไฟแนนซ์จะลดลง ซึ่งอาจช่วยลดค่างวดรายเดือนและดอกเบี้ยรวมได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีคิดดอกเบี้ยและเงื่อนไขของสัญญา

 

ก่อนซื้อรถ ควรสอบถามผู้ขายหรือผู้ให้สินเชื่อเกี่ยวกับเงินดาวน์ขั้นต่ำ ยอดจัดที่ได้รับอนุมัติ และค่าใช้จ่ายวันรับรถ เพื่อเตรียมงบประมาณได้อย่างเหมาะสม

ค่างวดรถมือสองขึ้นอยู่กับราคารถ เงินดาวน์ ยอดจัดไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวดที่เลือก ยิ่งเงินดาวน์สูง ยอดจัดมักลดลง ขณะที่การยืดระยะเวลาผ่อนอาจช่วยลดค่างวดต่อเดือน แต่ทำให้ต้องชำระหนี้นานขึ้น และอาจมีดอกเบี้ยรวมสูงขึ้น

 

ตัวอย่างเช่น: รถราคา 500,000 บาท หากดาวน์ 100,000 บาท จะเหลือยอดจัด 400,000 บาท หากสมมติอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 5% ต่อปี และผ่อน 48 งวด ดอกเบี้ยตลอด 4 ปีจะเท่ากับ 80,000 บาท ทำให้ยอดชำระรวมเป็น 480,000 บาท หรือค่างวดประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน

 

*ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่ข้อเสนอสินเชื่อจริง และยังไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ระยะเวลาผ่อนรถมือสองขึ้นอยู่กับผู้ให้สินเชื่อ อายุรถ รุ่นรถ วงเงินที่ได้รับอนุมัติ และคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยระยะเวลาที่อาจพบได้มีตั้งแต่ 1–7 ปี หรือประมาณ 12–84 งวด ทั้งนี้ ไม่ใช่รถทุกคันจะสามารถเลือกผ่อนได้ทุกระยะเวลา ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับผู้ให้สินเชื่อก่อนตัดสินใจ

 

ตัวอย่างระยะเวลาผ่อนรถมือสอง

  • 1–2 ปี (12–24 งวด): เหมาะกับผู้ที่มีความสามารถในการผ่อนต่อเดือนสูงและต้องการชำระหนี้ให้หมดเร็ว
  • 3 ปี (36 งวด): เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดระยะเวลาการเป็นหนี้ โดยยังแบ่งชำระเป็นงวดได้
  • 4 ปี (48 งวด): เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสมดุลระหว่างค่างวดรายเดือนกับระยะเวลาผ่อน
  • 5 ปี (60 งวด): ช่วยกระจายภาระการชำระให้นานขึ้นเมื่อเทียบกับการผ่อน 3–4 ปี
  • 6–7 ปี (72–84 งวด): อาจมีให้เลือกในบางผู้ให้สินเชื่อและรถที่เข้าเงื่อนไข แต่ควรพิจารณาดอกเบี้ยรวมและอายุรถเมื่อสิ้นสุดสัญญาด้วย

สำหรับผู้ที่กำลังเลือกซื้อรถมือสอง การเปรียบเทียบระยะเวลาผ่อน 4 ปีและ 5 ปี เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะช่วยให้เห็นความแตกต่างของค่างวดและยอดชำระรวมได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีระยะเวลาผ่อนแบบเดียวที่เหมาะกับผู้ซื้อทุกคน ควรเลือกจากรายได้ ค่าใช้จ่ายประจำ และเงินสำรองที่มีอยู่

ผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือนอาจยื่นขอสินเชื่อรถมือสองได้ในบางกรณี โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพอิสระ เจ้าของกิจการ หรือผู้ที่มีรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อ เอกสารที่อาจใช้ประกอบการพิจารณา ได้แก่

  • รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง
  • เอกสารแสดงรายได้หรือหลักฐานการรับเงิน
  • เอกสารประกอบอาชีพหรือทะเบียนพาณิชย์ หากมี

เอกสารแสดงตัวตนและเอกสารอื่นตามที่ผู้ให้สินเชื่อกำหนดควรสอบถามรายการเอกสารที่ต้องใช้ล่วงหน้า และเตรียมข้อมูลรายได้ให้ครบถ้วน เพื่อช่วยให้ผู้ให้สินเชื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้ชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม การยื่นเอกสารครบไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับอนุมัติสินเชื่อ

หากขอสินเชื่อรถมือสองไม่ผ่าน ควรสอบถามสาเหตุจากผู้ให้สินเชื่อก่อน แล้วพิจารณาว่าสามารถปรับปรุงส่วนใดได้บ้าง เช่น

  • ตรวจสอบภาระหนี้: ประเมินค่างวดหนี้เดิมและค่าใช้จ่ายประจำเทียบกับรายได้
  • เพิ่มเงินดาวน์: ช่วยลดวงเงินสินเชื่อที่ต้องขอ หากมีเงินสำรองเพียงพอ
  • เตรียมเอกสารรายได้เพิ่มเติม: โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน
    เลือกรถให้เหมาะกับง
  • ประมาณ: พิจารณารถที่มีราคาต่ำลง เพื่อให้ยอดจัดสอดคล้องกับความสามารถในการชำระ

ตรวจสอบข้อมูลเครดิต: หากสงสัยว่าข้อมูลหนี้หรือประวัติสินเชื่อมีข้อผิดพลาด ควรตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนไม่ควรรีบยื่นสินเชื่อหลายแห่งหรือกู้เงินเพิ่มเพื่อใช้เป็นเงินดาวน์โดยไม่ประเมินความเสี่ยง ควรเลือกแนวทางที่ไม่ทำให้ภาระหนี้เกินกำลังเกินไป

Carcarrod ซื้อ-ขาย รถมือสอง แพลตฟอร์มสำหรับคนรักรถและผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ เรารวบรวมผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วประเทศไว้ในที่เดียว ใช้งานง่าย ค้นหารถได้รวดเร็ว พร้อมอัปเดตข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจต่างๆเกี่ยวกับรถยนต์ที่คุณไม่ควรพลาด
Copyright © 2021. All rights reserved.